Report: Trip to Japan 3
posted on 04 Jun 2008 13:39 by silferสวัสดีอีกครั้งครับ เพื่อนๆทุกคน ในที่สุดรีพอร์ทส่วนสุดท้ายก็ออกจากไหดองซักกะที ต้องโทษความขี้เกียจที่เกาะอยู่เต็มตัวเจ้าของบล็อกนี่เต็มไปหมด ตั้งแต่จบมานี่ชิวสุดๆ ไม่เคยชิวกว่านี้มาก่อนในชีวิตเลย วะฮ่าๆๆๆๆ
อ้อใช่ ก่อนอื่นเลยต้องขออภัยด้วยครับ ครั้งที่แล้วผมเขียนผิดไปหน่อยตรงตอนท้ายวันที่ 5 น่ะ จำผิดๆถูกๆ (ผลจากการดองไว้นาน) จริงๆแล้ววันที่ 5 พอกลับมาจากหมู่บ้านชิราคาว่าก็ออกเดินทางไปโอซาก้าเลยครับ ซึ่งอยากจะบอกว่านานอีกแล้ว นั่งตูดบานเลย ถึงโอซาก้าก็ล่อไปซะหัวค่ำแล้วครับ
วันที่ 6 โอซาก้า (ปราสาทโอซาก้า, นัมบัง)
วันนี้ก็ตื่นเช้าตามเคยครับ กินอาหารของโรงแรมมื้อนี้ก็ไม่มีอะไรพิเศษซักเท่าไหร่ พิเศษตรงคนเยอะฉิบหายยยยย นี่ขนาดไม่ได้มาช่วงพีคนะเนี่ย ถ้าเกิดมาคงได้รอแถวรออาหารจนหายหิว (เออ ก็ฟังดูดีแฮะ....)
สำหรับช่วงเช้าของวันนี้ก็มาที่ปราสาทโอซาก้าครับ สำหรับผมถือว่าแอบตื่นตาตื่นใจมาก เพราะว่าเรียนภาษาญี่ปุ่นมานี่ ได้ยินปราสาทโอซาก้าบ่อยมาก แต่ไม่เคยได้มาเห็นกะตาซักกะที พอได้มาเห็นแล้วก็...... ไม่มีอะไรพิเศษ เพราะไม่ได้ตั้งความหวังอะไรไว้เลยน่ะ 5555
พอลงมาจากรถทัวร์แล้วก็เจอกับทางเดินที่เต็มไปด้วยดอกซากุระสีชมพูงามไปทั่วเลยครับ ทำเอาทั้งกรุ๊ปทัวร์ตื่นตาตื่นใจกันมาก เสียเวลาถ่ายรูปไป 15 นาทีได้ สงสารไกด์มากเพราะรอจนเซ็ง 5555

คุณพ่อกะคุณแม่
พอถ่ายรูปกันหนำใจแล้วก็เดินเข้ามาในปราสาทเรื่อยๆครับ ทางเดินโคตระยาวฉิบหาย เริ่มเข้าใจละว่าทำไมปราสาทที่ญี่ปุ่นสมัยก่อนไม่ค่อยแตก วนไปวนมา แถมขึ้นเนินก็เยอะอีกตะหาก แถมพอใกล้ถึงบริเวณลานหน้าปราสาทก็มีหลุมบ่อลึกโคตรๆลงไปอีก กะไม่ให้เข้ามาได้เลย แต่พอมานั่งนึกอีกที แล้วตอนไอเจ้าของปราสาทมันจะออกนี่มันทำไงวะ - -a
ภายในปราสาทเค้าตกแต่งทำใหม่หมดเลยครับ กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเต็มตัวเลย เข้ามาถึงก็มีพนักงานลิฟท์คอยจัดแถวให้และก็บอกว่าลิฟท์นี้จะขึ้นไปถึงชั้น 5 แต่มี 7 ชั้น (อ้าว ทรมานตูอีก =[]=) ระหว่างทางเดินขึ้นก็จะมีจัดแสดงคล้ายๆนิทรรศกาลที่ให้ความรู้เกี่ยวกับตัวปราสาทและการรบสมัยก่อนเพียบ แต่ปัญหาคือมันมีแต่ภาษาญี่ปุ่น ฟังไม่ออก ส่วนนี้จึงถูกมองข้ามไปโดยสิ้นเชิง 5555
พอมาถึงชั้น 7 เราก็จะสามารถออกไปข้างนอกชมวิวรอบข้างปราสาทได้หมดเลยครับ
หลังจากนั้นก็เดินลงกันอีก 7 ชั้น สงสารบรรดาคนแก่ทุกคนในกรุ๊ปทัวร์จริงๆ เจอทั้งขึ้นทั้งลง เข่าก็เริ่มเสื่อมกันหมดแล้ว.... ทำให้เรารู้เลยว่าแก่แล้วห้ามมาเที่ยวที่นี่เด็ดขาด
เนื่องจากกระผมมีความสนใจในด้านประวัติศาสตร์สุดๆ ดังนั้นรายละเอียดปราสาทจึงไม่มีเลย ขอข้ามส่วนนี้เลยละกันครับ :p
ที่ต่อมาที่เราได้ไปก็คือนัมบังซึ่งเป็นถนนช๊อปปิ้งชื่อดังของโอซาก้าครับ เคยมาที่นี่รอบนึงแล้วเมื่อหลายปีที่แล้ว จำได้ดีกว่านั่งหาร้านเกมเมอร์กะโทราโนะอานะจนหลงไปเกือบชั่วโมง รอบนี้เราจะไม่พลาดเช่นนั้นอีก!!! เพราะพกแผนที่มาด้วย 5555 ถึงตาจนยังไงก็หน้าด้านหยิบแผนที่ขึ้นมาถามทางเลย (ครั้นจะไปถามสดๆว่าร้านเกมเมอร์อยู่ไหน เดี๋ยวเค้าก็จะงงๆ)
มาถึงปุ๊บไกด์ก็ปล่อยเดินฟรีกันเลยครับ ผมก็รีบเผ่นโดยด่วนเนื่องจากเห็นเหล่าๆสาว(ทั้งที่ยังสาวและไม่สาวแล้ว)กำลังเครื่องร้อนได้ที่ ต้องรีบตีตัวออกห่างก่อนที่จะกลายเป็นคนถือของและล่าม ว่าแล้วก็หนีออกมาแล้วเดินตรงไปยังร้านเกมเมอร์ทันที
พอไปถึงคราวนี้ตกใจมาก มันมีร้านผุดโผล่ขึ้นมาเยอะกว่ารอบที่แล้วเพียบเลย แถมมีเมดคาเฟ่ตั้งขึ้นมาเพิ่มอีกตะหาก มีเมดสาวคนนึงแจกใบปลิวอยู่ตรงแยกพอดี แต่ด้วยความที่ความโมเอะไม่ผ่านเกณฑ์จึงไม่ได้ถ่ายมา ไอ้เราก็ตอนแรกคิดว่าสวรรค์เป็นใจ มาโอซาก้าก็ยังมีมินิอากิบะให้ ที่ไหนได้ ออกจากร้านเกมเมอร์ได้แปปเดียวฝนตก...... แน่นอนว่าเราไม่เคยพกร่ม เจอฝนก็ลุยสด ไม่กลัวอยู่แล้วเฟ้ย แต่บังเอิญเราไม่ได้มาคนเดียว เรามาพร้อมกับสินค้าโอตาคุทั้งหลายแหล่ที่เพิ่งซื้อมา.... กระเป๋ามันก็ใกล้เต็มแล้ว (ไม่คิดว่าจะต้องยัดของไรเยอะนี่หว่า เลยไม่ได้เคลียร์พื้นที่มาไว้ T-T) จึงได้ปฏิบัติการยัดๆๆๆ ยัดซะจนกระเป๋าแทบไม่เหลือทรงเดิม แล้วเป็นอะไรที่ทรมานมากเวลาวิ่งฝ่าฝนจากร้านนึงไปอีกร้านนึง เพราะกระเป๋าจะเด้งซ้ายเด้งขวาตามโมเมนตัมที่เราวิ่งไปจนทำให้ทรงตัวยากขึ้น - -“
แต่เกิดมาเป็นโอตาคุต้องอดทน!!! ดังนั้นจงวิ่งต่อไป.....
ร้านหนังสือร้านใหม่ ใหญ่เบ้อเริ่ม (พร้อมกับมาสคอตโมเอะๆขนาดยักษ์)
พอซื้อของจนพอใจแล้วก็วิ่งกลับมายังนัมบังโซนที่มีหลังคาด่วน เปียกไปทั้งตัวเลย แต่เปียกไปทั้งตัวยังไม่กลัวเท่าน้ำหยดหรือซึมเข้ากระเป๋า 5555 ขากลับก็วิ่งผ่านเมดคนเดิมด้วยครับ หล่อนยังคงยืนแจกใบปลิวเช่นเดิมอย่างขยันขันแข็งท่ามกลางฝนโดยที่คอยกางร่มอยู่ด้วย นับถือในความพยายามสุดๆเพราะคนเดินแถวนั้นก็ซาลงจากฝนไปเยอะด้วย ผมจึงวกกลับไปขอมาแผ่นนึงมั่ง เผื่อมันจะหมดไวขึ้น พอออกห่างมาได้ซักพักก็แอบถ่ายมาประจาน เอ้ย เอามาให้ได้เห็นกันครับ (ไม่กล้าขอถ่ายตรงนั้น แค่เค้ามานั่งกางร่มแจกใบปลิวก็ลำบากแย่แล้ว ไปขอถ่ายอีกอาจมีโดนด่าบุพการีในใจ - -“)
กลับมาถึงโซนที่เค้านัดกันไว้แล้ว แต่ยังไม่ถึงเวลานัด... ไม่เป็นไร!!! เรายังมีอาเขตเซ็นเตอร์ให้ฆ่าเวลาได้ทั้งวัน 5555 พอแวะเข้าที่แรกแค่นั้นแหละ เจอของแปลกทันทีเลย (แปลกของเรา ธรรมดาบ้านเค้า)
เกมโอโตเมะดีอุสน่ะแหละครับ แปลงร่างจากเกมกราดิอุสมาเป็นสายโมเอะเพื่อเจาะตลาดกลุ่มเฉพาะจริงๆ เหอๆๆๆ แต่น่าเสียดาย มันดันวางติดกับตู้ Beatmania IIDX เล่นอย่างติดลมมากจนสุดท้ายก็ไม่ได้ลองของใหม่เลย 5555 คนที่ญี่ปุ่นเค้าต่อคิวแบบมีมารยาทจริงๆครับ ไม่ต้องมานั่งหยอดรอคิวเหมือนประเทศเราด้วย เค้าแค่ถึงคิวก็ลุกมาต่อเลย พวกที่เหลือที่รอก็ไม่มีการมาลุกทำเนียนว่าถึงคิวอั๊วะแล้วนะ แถมเห็นผมเพิ่งมาใหม่ หน้ากะเหรี่ยงมาก เลยให้ลองเล่นก่อนอีกตะหาก (เพราะดูท่าทางเค้านั่งวนเล่นมาเป็นชม.แล้ว)
พอกลับจากนัมบังมาที่โรงแรม ได้พักแปปนึงก็ไปกินมื้อเย็นกันต่อเลยครับ คราวนี้เป็นร้านอุด้งในห้างแห่งหนึ่งครับ ซึ่งไม่รู้เหมือนกันว่าอยู่ตรงไหนหรือชื่ออะไร เพราะฝนตกหนักมากจนไกด์พาเราเดินผ่านทางรถไฟใต้ดินแทน (จนขากลับแทบเอาตัวไม่รอด เกือบหลงไปหลายที 5555)
ร้านอุด้งคราวนี้มาเป็นหม้อชาบูชาบูหม้อเบ้อเริ่มเลยครับ แถมพนักงานจะมาวางของในถาดเรียงตามที่ถูกฝึกไว้อีกด้วย เห็นว่าวางสวยดีเลยถ่ายมาให้ดูครับ
"ลานประหารกุ้งสด"
มันดูน่ากินมากๆ แต่มื้อนี้เจออุบัติเหตุที่ไม่ค่อยอุบัติซักเท่าไหร่เข้า ทำเอาหลายคนกินกันไม่ค่อยลงเลย ซึ่งนั่นรวมถึงผมด้วย คือของๆเค้าสดจริงๆ แล้วพอเสิร์ฟครบแล้วก็ได้เจอกุ้งสดๆวางอยู่.... อยากจะบอกว่าสดโคตรๆจริงๆ เพราะมันกระดิกอยู่เลย - -“ นั่นหมายความว่าเราต้องเป็นคนฌาปนกิจมันเองสินะ.... แน่นอนว่าไม่ใช่ผมเพราะผมไม่กินกุ้ง แต่แค่เห็นก็แย่แล้ว เพราะช๊อตที่เอากุ้งโทษประหารลงหม้อที มันดิ้นโหยงๆจนทุกคนสะดุ้งกันหมด นั่งกัน 4 โต๊ะจะได้ยินเสียงร้องตกใจมาเป็นพักๆ อยากบอกว่าหยองมากๆ ทำเอาความอยากกินหายไปหมด ตัวหลังๆนี่พ่อจับกดน้ำเลย พาไปตายไวขึ้น (เห็นด้วย แต่ไม่กล้าทำ....) สรุปคือมื้อนั้นกินไม่อิ่มอีกแล้ว เพราะกินไม่ค่อยลง ซัดแต่เส้นอุด้ง OTL
วันที่ 7 โอซาก้า (Universal Studio)
วันนี้ได้มาเที่ยวยูนิเวอซอลมั่งละ หลังจากทนธรรมชาติกะช๊อปปิ้งมาหลายวัน ในที่สุดก็ได้ปล่อยผีมั่งซะที 5555 ที่นี่ก็เคยมาแล้วครั้งนึงเหมือนกันครับ แต่ครั้งที่แล้วอยู่แค่ครึ่งวัน รอบนี้เลยเล่นซะให้สะใจเลย เพราะทุกคนก็ซื้อตั๋วฟรีมากันหมด แต่พอดีคนแก่บางคนไม่อยากเล่นโน่นเล่นนี่มั่ง ก็เลยลาภปากคนจอมผจญภัยอย่างเราเลย 55555 เนื่องจากขึ้นเครื่องเล่นหลายเครื่องกะโชว์หลายที่มาก เพราะฉะนั้นโปรยภาพเลยดีกว่าครับ
ที่เห็นหลังสุดนี่ไม่ใช่ตึกนะกำแพงภาพขนาดเบ้อเร่อตะหาก (อย่างเนียน)
ต่อแถวก่อนเล่นสไปเดอร์แมนกัน
ร้านของชำสไปเดอร์แมน
โรงอาหารจูราสสิคปาร์ค อลังการงานสร้าง
เล่น Jaws มั่ง เค้า Simulate คล้ายๆเราอยู่ในสถานการณ์จริง แต่น่าเสียดาย ฟังคนขับเรือพูดไม่ออกซักกะคำ - -"
หมวกไอ้หลาม น่ารักโคตรๆ แต่ไม่กล้าซื้อมาใส่ (เด๋วเค้าหาว่าไอนี่บ้า - -")
หลังจากนั้นก็มา่ดูโชว์ Water World อีก อันนี้อลังการงานสร้างของจริง ทั้งสตันท์ ทั้งเอฟเฟคอะไรเหมือนจริงซะหมด ฉากเสียวๆก็มีเยอะ ถ้ามีโอกาสได้ไป แนะนำว่าห้ามพลาดครับ
ที่นี่เค้าจะมีบริหารให้เช่ารถไฟฟ้าสำหรับเด็กหรือคนแก่นั่งด้วยครับ พวกพ่อกับเพื่อนๆผมก็ไม่รีรอ เช่ามาคันนึงเลย แล้วสับกันนั่งเรื่อยๆ ช่วงแรกนี่มีแต่เด็กเห่อนั่งกัน ช่วงหลังๆรู้สึกจะคนแก่ซะเยอะนะ ผมรู้ตัวว่าถ้านั่งโดนถ่ายรูปเก็บเป็นหลักฐานแบล๊คเมล์แน่ๆ เลยไม่ยุ่งด้วยเลย 5555
คุณพ่อกระผมเอง.....
อย่างที่เห็นว่าได้รับความนิยมอย่างล้นหลาย
วันนี้ก็จบลงอย่างรวดเร็วครับ เพราะเอาแต่เล่นตลอด เป็นวันสนุกสนานของเด็กๆทั้งกรุ๊ปเลย ส่วนผู้ใหญ่ก็สนุกน้อยหน่อยมั้ง โดยเฉพาะช่วงหลังๆที่เน้นพักซะเยอะ :p
วันที่ 8 โอซาก้า (น้ำวน, สะพาน, ภูเขา.... นึกชื่อไม่ออก >_<)
มาถึงวันสุดท้ายที่จะได้เที่ยวแล้ว ก่อนอื่นต้องขออภัยก่อนเลยที่จำชื่อสถานที่ไม่ได้เลย เพราะผ่านมานานแล้วนั่นเอง 5555 จำได้แค่ชื่อเดียวคือ “อุสึโนะมิยะ” แต่จำไม่ได้ด้วยว่าคือจุดไหนที่ไปมา มีประโยชน์เสียเหลือเกิน เหอๆๆๆ
ออกมาจากโรงแรมปุ๊บก็มุ่งหน้าไปยังทะเลสาบแห่งหนึ่งเลยครับ ซึ่งต้องข้ามสะพานใหญ่ๆสะพานนึงที่เป็นสะพานเชื่อมโอซาก้ากับอีกเกาะน่ะครับ ระหว่างข้ามสะพานก็จะเห็นคลื่นน้ำจืดชนกับคลื่นน้ำเค็มของมหาสมุทรพอดีอีกด้วย ซึ่งพอไปถึงที่หมายปุ๊บก็เพิ่งจะรู้ว่าเรากำลังจะไปนั่งเรือดูไอ้คลื่นพวกนั้นสดๆเลยนั่นแหละ (ไม่ฟังไกด์เลย นอนตลอดทาง)
ถึงที่ท่าเรือเล็กๆริมทะเลก็ได้เห็นตึกเล็กๆ 2 ชั้นตึกนึงที่ทำติดกับท่าเรือเอาไว้ให้คนเข้าไปรอน่ะครับ ข้างหน้าแปะโปสเตอร์รูปน้ำวนเบ้อเร่อ สวยมากๆ แต่ก็คิดไว้ในใจอยู่แล้วแหละว่าไม่ได้เห็นสวยแบบนี้หรอก พอเข้าไปในตึกก็จะเป็นพวกโซนขายของที่ระลึกทั้งหลายแหล่และร้านกาแฟเล็กๆพร้อมตู้ขายน้ำและไอติมวางเรียงกันเกือบ 10 ตู้ได้ แต่ที่สำคัญที่สุด!!! มีตู้เกมวางอยู่ตรงมุมๆด้วย!!! ไอผมกะน้องก็วิ่งเข้าโซนนั้นก่อนใครเลย แต่หารู้ไม่ เกมรำลึกชาติทั้งนั้น มีแต่เกมเก่าๆ - -“ แต่ยังไงก็ต้องรออีกประมาณครึ่งชม.กว่าเรือจะมาอยู่ดี ก็เลยซัดไปพอหอมปากหอมคอ ไอ้น้องผมแย่กว่า เอาแต่เล่นคีบตุ๊กตา หมดไป 700 เยนไม่ได้ห่าไรเลย แถมก่อนเลิกทุกคนก็งงงวยกับตู้ๆนึงที่เป็นรูปคล้ายๆรูปปั้นเก่าๆในสถานที่โบราณแถบตะวันตก แล้วตรงปากมันมีรูให้สอดเข้าไปอีก ก็ก้มๆมองดูแล้ว ในรูนั่นไม่เห็นจะมีอะไรนอกจากแผงเซนเซอร์เล็กๆ แต่พอพวกผู้หญิงอยากลองดันไม่กล้า กลัวจะมีอะไรในรูนั่นกัดมือหรือไง - -a สุดท้ายส่งผมมาเป็นตัวทดลอง (เอาวะ ของฟรี ไม่มีไรเสียอยู่แล้ว) พอหยอดไปได้แปปก็หยอดมือเข้าไป เครื่องมันก็รันมีซาวด์เอฟเฟคกะไฟประกอบนิดๆหน่อยๆ แล้วก็เงียบไป ทุกคนรอบข้างก็เงียบดิ (ตกลงมันทำ Here ไรวะ.....) แต่อีกซักพักก็มีเสียงคล้ายๆเสียงปรินเตอร์ข้างหลังเครื่อง ปรากฎว่ามีใบพยากรณ์ออกมา 1 แผ่น สรุปคือมันอ่านลายมือเราแล้วพยากรณ์นั่นเอง (จริงเรอะ.....)
ลองให้เพื่อนแปลให้ฟังแล้ว เหมือนจะไม่ตรงซักเท่าไหร่ 5555
พอถึงเวลาขึ้นเรือก็ออกเดินทางไปดูน้ำวนกันครับ เนื่องจากลมแรงมากเค้าเลยต้องปิดกันสาดไว้ทั่วเรือเลย ไม่งั้นคลื่นมากระทบเรือเปียกหมด พอไปถึงทุกคนก็ขึ้นไปบนดาดฟ้าเรือมองคลื่นกันครับ หาน้ำวนที่สวยๆถ่ายรูปกันใหญ่ อยากจะบอกว่าของจริงกับบนโปสเตอร์นี่ต่างกันฟ้ากะเหว 5555 หายากฉิบหายที่สวยๆแล้วอยู่นานๆ เอาน่า อย่างน้อยก็ยังพอได้มามั่ง
อยู่ดูน้ำวนได้ประมาณ 10 นาทีก็กลับเข้าฝั่งแล้วครับ คราวนี้ก็นั่งรถไปยังสะพานๆนึงซึ่งตรงใต้สะพานเนี่ย เค้าทำเป็นทางให้คนเดินอย่างดี ชมวิวทะเลสาบกับน้ำวนใต้สะพานด้วยน่ะครับ เห็นแล้วก็ทึ่งที่ญี่ปุ่นทำพวกสถานท่องเที่ยวพวกนี้มาดีจริงๆ เค้าคงต้องคิดไว้ตั้งแต่สร้างสะพานแล้วว่าจะทำทางเดินไว้ข้างล่างให้เป็นจุดท่องเที่ยวด้วย
ระหว่างทางเดินบนสะพานยาวประมาณเกือบกิโลก็จะมีจุดที่ตรงพื้นเป็นกระจกหนาเอาไว้ให้เรามองข้างล่างได้อย่างชัดเจน แต่แค่นั้นยังไม่พอ ป้ายรอบข้างมักจะย้ำเตือนเราเสมอว่า “ตอนนี้คุณอยู่เหนือระดับน้ำทะเลประมาณ 33 เมตร” มาให้เราเสียวเล่น ไอป้ายที่ปิดรอบๆกระจกมันก็เขียนอยู่หรอกว่าเหยียบได้ แต่ระวังลื่น แต่ถามจริงๆ ใครมันจะไปกล้าฟะ แค่มองก็หวิวๆแล้ว สุดท้ายก็ไม่มีใครกล้ายืนบนกระจกจนไปถึงสุดทางที่เค้าจะทำเป็นห้องโล่งๆ กระจกรอบข้างเหมือนให้นั่งพักดูวิวได้ พวกเด็กๆกะสาวๆก็อยากขึ้นไปยืนบนกระจกกันใหญ่แต่ไม่กล้า แล้วคิดว่าใครเป็นหนูทดลองอีก ในฐานะที่หนักสุดในทัวร์จึงเหมาะสมที่จะเป็นผู้ทดลองความปลอดภัยมากๆ - -“
พอขึ้นไปยืนได้แค่เนี้ย ทุกคนก็ตามมายืนถ่ายรูปกันใหญ่ เห็นว่าผมเหยียบไม่แตก คนอื่นก็ไม่แตกด้วยแน่นอน (น่าดีใจไม๊ฟะเนี่ย - -“) ส่วนเราไหนๆก็อุตส่าห์ยอมเสียวแล้ว เรื่องไรจะยอมฟรีๆ ถ่ายรูปเก็บไว้มั่งดิ 5555
พอถ่ายรูปกันเสร็จก็เดินกลับตามระเบียบครับ ส่วนที่เหลือคือเป็นจุดพักชมวิวบนภูเขาน่ะ ซึ่งตอนนั้นเหนื่อย+ง่วงสุดๆเลยไม่ได้ฟังรายละเอียดอะไรแล้ว นอนบนรถทัวร์อย่างเดียว แล้ววันนั้นก็จบลงไปด้วยดี ทุกคนก็แพ๊คกระเป๋าเตรียมกลับกันหมด ส่วนวันสุดท้ายตื่นเช้ามาก็ไปสนามบินเลยครับ ไม่มีรีพอร์ทอะไรทั้งสิ้นเพราะทั้งกรุ๊ปสภาพโทรมกันหมด มีแต่เด็กๆที่ยังโย้เย้ได้ถึงวินาทีสุดท้าย แม้กระทั่งบนเครื่องบิน แต่ผู้ใหญ่พร้อมใจกันหลับหมด
จบรีพอร์ททริปนี้เสียที ยาวโคตรๆ T^T สรุปก็เหมือนอย่างที่เคยบอกไว้เอนทรี่ก่อนๆแหละครับ สนุกดีเพราะได้ไปเจออะไรแปลกๆใหม่ๆเยอะ (เก่าๆก็เยอะนะ) แต่เพราะไปกันหลายคนทำให้ลำบากกันพอสมควรด้วยแหละ ที่สนุกที่สุดก็คงพวกพ่อผมกับเพื่อนๆเค้าน่ะแหละ ไม่ได้เจอกันมาหลายปี คราวนี้เล่นเที่ยวญี่ปุ่นด้วยกันซะเกือบ 10 วัน ส่วนทางผมแม้สนุกไม่เต็มที่แต่ไม่เป็นไร เราเตรียมไปปล่อยผีคนเดียวช่วงก่อนมาเรียนที่ญี่ปุ่นละ 5555
ป้ายร้านหนังสือมันแฟบบิวลัสมากค่ะ เวลาเห็นคำว่า โดจิน ใหญ่ๆอยู่บนป้าย แล้วรู้สึกอุฮิยังไงชอบกล 5555+
ช่วงนี้ไม่ค่อยได้เล่นคอมเลยค่ะ (เล่นแบบว่า...เล่นจริงๆสุขขีสโมสร...) แต่มาเปิดเอ็มทิ้งไว้ทุกวัน ให้คนส่งงาน TvT เหนื่อยอ่าพี่~~~ สิ้นเดือนนี้ก้สิ้นสุดซะทีแล้ว เฮ้อ TvT
#1 By ♥puppetdoll♥海豚灣戀人♥เมียงู*3* on 2008-06-19 18:54